http://www.samunpaiphuluang.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 ผลิตภัณฑ์ภูหลวง

 ตัวแทนจำหน่าย

 สาระน่ารู้

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อเรา

ติ่งที่ยื่นออกมาจะมีโอกาศหายไปหมดไหมครับ?

(อ่าน 1512/ ตอบ 1)

jeab

ผมเป็นมา 5 ปี แล้ว น่าจะเรียกว่าริดสีดวงภายนอก มีติ่งยื่นออกมาประมาร 1.5 เซนติเมตร ตอนนี้กำลังเริ่มขึ้นมาอีกหนึ่งหัว หลังจากที่ไม่อักเสบมาเป็นปีแล้ว แต่ติ่งก็ยังมีเหมือนเดิม แต่ตอนอักเสบจะใหญ่กว่า คราวนี้เป็นหนักมากกว่าทุกที ปวดหนวงๆ หนังถ่ายเสร็จ และเริ่มมีเลือดออกบ้างน่าจะเกิดจากหัวใหม่ กินยาของภูหลวงมา ประมาณ 20 วัน แล้ว อาการปวดหน่วงๆหายไปบ้างแล้ว ส่วนเลือดก็หยุดไหลแล้ว แต่ติ่งเหมือนจะยังไม่ยุบเลยยังเจ็บถ้าไปโดน ส่วนติ่งใหม่ที่เพิ่งเริ่มขึ้นก็ยังเจ็บอยู่  จึงอยากถามว่าถ้ากินาต่อเนื่องติ่งเนื้อจะหายไปไหม แล้วต้องกินอีกสักประมาณกี่เดือน


เจ้าหน้าที่

ตามที่แจ้งกับทุกคนนะคะ ... กรณีมีหัวมีติ่งแล้ว ... ต้องใช้เวลานิดนึง แต่เราจะไม่สามารถระบุระยะเวลาให้ได้ เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง .. แต่ถ้ากรณีมีเลือดออกมาด้วย ส่วนมากจะไม่เกิน 15 วัน (นานสุด 15 วัน -- กรณีคนที่รับยาช้ามาก) ... ที่เจ็บอยู่อาจเป็นเพราะที่ติ่ง-หัว ริดสีดวงทวาร มีอาการอักเสบ เลยทำให้เจ็บ ... และติ่งถ้ากำลังดันออกมา (ติ่งใหม่) จะมีอาการเจ็บ ... ต้องใช้เวลานิดนึงนะคะ .. เพราะยาของทางบริษัทเป็นยาสมุนไพรค่ะ ...



ถ้ามีอาการเจ็บมาก ..สามารรถทานยาของเราคู่กับยาแก้อักเสบได้ แต่ยาทานยาแก้อักเสบเกิน 7 วัน เพราะเป็นยาปฎิชีวนะ (ยาปฎิชีวนะ ถ้าทานมากเกินไปจะเกิดการสะสมคะ ไม่ดีต่อร่างกาย)หลังจากนั้นแล้ว ( 7 วัน) ก็ให้ทานแต่ยาของบริษัทอย่างเดียว



ถ้ากรณีที่มีเม็ดมีหัวออกมาแล้วเราสรุปเวลาที่แน่นอนให้ไม่ได้คือเพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง แต่รับรองคะว่าหายแน่คะ ปัจจัยที่ว่านะคะ



1. พฤติกรรมการรับประทานยา .. ถ้าทานต่อเนื่องและทานได้วันละ 3 เวลา ครั้งละ 2 แคปซูล ช่วงที่ท้องว่าง (เนื่องจากยาไม่มีฤทธิ์กัดกระเพาะ) และ ถ้าทานตอนที่ท้องว่างพอแคปซูลละลายตัวยาจะได้ดูดซึมเลย ประสิทธิภาพของยาก็จะออกได้ประมาณ 80-90 %  แต่ถ้าทานตอนช่วงที่ทานอาหารแล้ว.. ยาอาจดูดซึมได้ไม่เต็มที่เนื่องจากอาหารดูดซึมตัวยาไปบางส่วนแล้ว ... ประสิทธิภาพอาจเหลือแค่ 50 % .... และบางคนลืมทานยาบ่อยมั้ย ดังนั้นเลยไม่สามารถบอกเลยคะว่าทานนานแค่ไหน แต่ถ้าทานต่อเนื่อง เข้าเดือนที่ 2-3 ก็น่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้วคะ .. บางคนก็เร็วกว่านั้น



2. บริเวณที่เกิดการอักเสบหรือบริเวณเส้นเลือดดำที่โป่งพองแล้วแตกหรืออักเสบทำให้เกิดเม็ดเกิดหัว .... เพราะถ้าหัวริดสีดวงหรือบริเวณที่อักเสบที่เส้นเลือดดำภายใน ถ้าเกิดบริเวณที่อุจจาระไปโดนเวลาถ่ายก็มีโอกาสเจ็บอยู่แล้วคะและเวลาเวลา ขับถ่ายอุจจาระ อุจจาระก็ต้องไปโดนไปเสียดสีทุกครั้งดังนั้นแผลก็จะแห้งช้ากว่า คนที่บาดแผลหรือบริเวณที่อักเสบหรือตำแหน่งที่เกิดหัวริดสีดวงไม่ใช่บริเวณ ที่เวลาถ่ายอุจจาระแล้วอุจจาระไปโดน ...... 



3.เป็นมานานแล้วหรือยัง... บางคนเป็นริดสีดวงแล้วไม่ทราบว่าตัวเองเป็นคือ เกิดริดสีดวงภายในก่อนเป็นมานาน แล้วพอหัวที่อยู่ภายในเกิดออกมาอยู่ข้างนอกเป็นริดสีดวงภายนอกก็เลยเพิ่งนึกว่าตัวเองเป็น .....  บางคนก็ไม่เป็นริดสีดวงภายในเวลาเป็นก็เป็นริดสีดวงภายนอกเลย ...  ดังนั้นระยะเวลาการรักษาเลยไม่เหมือนกันคะ



4.เป็นมากเป็นน้อย ... บางคนเป็นแค่นิดเดียวการรักษาก็ไวหน่อย บางคนเป็นมากหัวโตก็ช้าหน่อย บางคนมีแค่หัวเดียว บางคนหัวริดสีดวงแตกมีหลายหัว



5. ติ่งแข็งมั้ย .. ถ้าติ่งแข็งหรือเริ่มแข็งคือไม่นิ่มเหมือนเนื้อปกติก็ต้องให้เวลาตัวยาละลายติ่งให้นิ่มก่อน เพราะถ้าติ่งเริ่มแข็งกว่าเนื้อปกติหรือกลายเป็นไตไปแล้ว (ติ่งแข็งแบบตายด้าน) กว่าติ่งจะรับยาได้ก็ต้องใช้เวลา



6. ท้องผูก ต้องออกแรงเบ่งบ่อยมั้ย .... ถ้าท้องผูกและต้องออกแรงเบ่งบ่อยริดสีดวงก็จะหายช้ามาก



7. ท้องเสีย หรือ ถ่ายเหลว บ่อยมั้ย ... ถ้าท้องเสียหรือถ่ายเหลวเป็นประจำก็จะหายช้า เนื่องจากการถ่ายเหลวก็เหมือนกับลำไส้ทำงานไม่ปกติค่ะ และการถ่ายเหลวนี่ก็อาจทำให้หัวริดสีดวงไม่หายซักที หรืออาการริดสีดวงเกิดการกำเริบได้ ... เมื่อเราต้องถ่ายเหลว หรือท้องเสีย อาจจะทำให้หัวของริดสีดวงใหญ่ขึ้น หรือมีอาการถ่ายเป็นเลือด เพราะอุจจาระที่ถูกขับออกมาอย่างแรง อาจทำให้เยื่อบุทวารหนักอักเสบ เป็นผลทำให้หลอดเลือดของทวารหนักขยายตัวและไม่หดกลับ





-----------------------------------------------


ข้อแนะนำเพิ่มเติม




1. การทานอาหารแสลง ... ถ้ามีอาหารที่เรารู้ว่าแสลงกับอาการริดสีดวงของเราก็ต้องงดก่อนนะคะ เพราะถ้าไปทานเดี๋ยวเกิดอาการอักเสบขึ้นมาอีก หรือ พอติ่งเริ่มหดแล้ว ก็จะออกมาอีก ... ช่วงนี้ลองงดอาหารแสลงก่อนนะคะ ... อาหารแสลงที่พบมากในคนที่เป็นริดสีดวงทวาร......เช่น  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ .. อาหารรสชาติเผ็ด หรือเปรี้ยว เนื้อวัว ของหมักดอง ปูเค็ม ปลาเค็ม ปลาร้า ปลาหมึก กุ้ง ข้าวเหนียว หน่อไม้ แกงไตปลา น้ำบูดู แกงเหลือง ..หรืออหารตัวอื่นที่เราคิดว่าแสลง ..  ถ้าทานอาหารพวกนี้อยู่รบกวนงดอาหารพวกนี้ก่อนนะคะ เพราะอาการริดสีดวงอาจจะแสลงกับอาหารตัวใดตัวหนึ่ง
2. อากัปกิริยา ... นั่ง ยืน เดิน การก้มยกของหนัก .. นานเกินไป การที่เรานั่งเป็นเวลานานๆ ก็ทำให้เกิดการกดทับบริเวณติ่ง .. ต้องมีการลุกยืดเส้นยืดสายบ้างนะคะ .. การยืนนานๆ ก็จะเกิดการเกร็ง .. ส่วนการเดินนานๆ ก็จะเกิดการเสียดสีตลอดเวลาค่ะ...



3. ห้ามออกกำลังกายหักโหม โดยเฉพาะการวิ่ง หรือเดิน นานๆ... เนื่องจากติ่ง/หัว ริดสีดวง อาจเกิดการเสียดสี .. ทำให้อักเสบมากขึ้น ..



4. นิสัยการขับถ่าย .. ถ้ามีอาการท้องผูกเป็นประจำ ต้องดูแลตัวเองด้วย ไม่งั้นจะหายช้า และพอจะหาย พอเราเริ่ม เบ่งถ่าย ก็จะเกิดการอักเสบอีก.. ลองทานอาหารที่มีกากใยมากๆนะคะ และดื่มน้ำมากๆด้วย จะช่วยเรื่องท้องผูกค่ะ.. การนั่งขับถ่ายนานๆไม่ดีนะคะ เพราะจะทำให้ติ่งออกมาอีกได้ง่ายขึ้นค่ะ  ... หรือถ้ามีการถ่ายเหลวหรือท้องเสียบ่อย... ต้องรีบดูแลตัวเองเลย เพราะบางรายเวลากำเริบหนักกว่าท้องผูกอีก และรักษายากกว่า ..




5. ถ้ามีเวลาอยากให้นั่งแช่น้ำอุ่นบ้าง เลือดบริเวณที่คั่งอยู่จะได้คลายบ้าง... เลือดจะได้ไหลเวียนได้สะดวก เวลานั่งนะคะ .. อยากให้นั่งลงไปเลยหรือนั่งบนห่วงยางนั่งอ่านหนังสือ หรือดูหนังก็ได้ ประมาณ 10 นาที ... แต่ห้ามนั่งยองๆนะคะ  เดี๋ยวติ่งริดสีดวงจะยิ่งออกมา ...



------------------------------------------------------


สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ



Page : 1
Webboardแสดงความคิดเห็น
เยี่ยม   แย่   แย่   แย่   เขิน   หยอกล้อ  ตกใจ  ร้องไห้   สงสัย   ขอโทษ   หดหู่   อย่าน่ะ   ต่อว่า   โอเค
รูปภาพ
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 3 MB.)
*ชื่อ
*สถานะ  
*อีเมล
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
*รหัสยืนยัน

หมายเหตุ : : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง

view

 หน้าแรก

 ผลิตภัณฑ์ภูหลวง

 สาระน่ารู้

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อเรา

view