http://www.samunpaiphuluang.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

ผลิตภัณฑ์ภูหลวง

ตัวแทนจำหน่าย

สาระน่ารู้

เว็บบอร์ด

ติดต่อเรา ทาง facebook หรือ โทร 038-448052 ถึง 3

ยาริดสีดวงภูหลวง ดีจริงครับ (คอนเฟิร์ม)

(อ่าน 31906/ ตอบ 32)

บิ๊ก

ชื่อบิ๊ก อายุ 32 อยู่กรุงเทพฯ นะครับ


เป็นริดสีดวงมาแต่เด็ก พอโตขึ้นมา ก็เป็นมาเรื่อยๆไม่หายขาดซักที

เคยถ่ายมีเลือดปน เวลาล้างก้นก็มีลิ่มเลือดติดออกมาด้วย

บางวันก็ถ่ายแข็ง ไม่มีเลือด แต่เจ็บที่ทวารหนักมาก(แทบขาดใจ) เพราะอุจจาระไปครูด


ไปหาหมอหลาย รพ. แล้วก็ได้ยา Daflon ยาทาขี้ผึ้ง กับยายัดในรูทวาร มาใช้ ก็ไม่ดีขึ้นครับ คือยาฝรั่งนั้นช่วยได้แค่บรรเทา แล้วก็รอหมอนัดผ่า


รู้มาว่า ในรายที่เคยผ่าริดสีดวงมาแล้ว สุดท้ายกลับมาเป็นอีกอยู่ดี ผมเลยตัดสืนใจไม่ผ่า มันก็เลยเป็นๆหายๆ อยู่แบบนี้

เมื่อไม่นานมานี้ อากาศเย็น ริดสีดวงกำเริบ ผมนั่งไม่ได้เลย กลางคืนก็ปวดริดสีดวงมาก ทรมานจนนอนไม่ได้ เรียกว่าเจ็บแสบตรงริดสีดวงตลอดเวลา เหมือนมีพริกมาทาที่ก้น


ผมหาข้อมูลในเน็ต เลยมาเจอยาสมุนไพรภูหลวง อ่านรายละเอียดต่างๆแล้ว ก็เลยซื้อมาทาน พอผมได้ทานยาริดสีดวงของภูหลวง ประมาณ 1 อาทืตย์ อาการแสบดังกล่าวหายไป เริ่มนั่งได้นานขึ้น กลางคืนนอนหลับสบายเพราะปวดน้อยลง จนแทบไม่รู้สึกแล้ว


ตื่นเช้ามาผมถ่ายได้โดยที่แทบจะไม่เจ็บริดสีดวงเลย ไม่มีเลือด ขนาดและสีอุจจาระปกติทุกอย่าง


ผมใช้วิธีการปรับการกินอาหารเข้าร่วมกับการกินยาสมุนไพรภูหลวงด้วย นั่นก็คือ


ผมจะไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่เลย เช่นเนื้อหมู เนื้อวัว ผมงดอาหารรสจัดทุกอย่าง เช่นอาหาร หวาน มัน เค็ม เผ็ด หมักดอง ไม่กินพวกของมึนเมา


แต่ผมจะเน้น กินผักผลไม้ที่มีกากใยมากขึ้น ผมดื่มน้ำเปล่าวันละ 4 ลิตร ผมกินนมเปรี้ยว และโยเกิร์ต เป็นประจำครับ


พจ

สอบถามหน่อยค่ะเป็นริดมานานหลายปีคาดว่าระยะที่สามแล้วคะทานยาสมุนไพรยี่ห้ออื่นเกือบเดือนไม่ค่อยดีขึ้น แล้วหลังถ่ายจะเจ็บแสบๆร้อนๆทวารหนักอยากจะเปลี่ยนมาทานยาภูหลวงจะหายมั้ยค่ะ ถ้าทานยาแก้อักเสบร่วมด้วยยี่ห้อไหนดีค่ะ ตอนนี้ทั้งยาเหน็บกะดาฟร่อนก็เอาไม่อยู่คะรู้สึกเครียดมากค่ะ.  ขอบคุณค่ะ

จนท



สอบถามหน่อยค่ะเป็นริดมานานหลายปีคาดว่าระยะที่สามแล้วคะทานยาสมุนไพรยี่ห้ออื่นเกือบเดือนไม่ค่อยดีขึ้น แล้วหลังถ่ายจะเจ็บแสบๆร้อนๆทวารหนักอยากจะเปลี่ยนมาทานยาภูหลวงจะหายมั้ยค่ะ ถ้าทานยาแก้อักเสบร่วมด้วยยี่ห้อไหนดีค่ะ ตอนนี้ทั้งยาเหน็บกะดาฟร่อนก็เอาไม่อยู่คะรู้สึกเครียดมากค่ะ.  ขอบคุณค่ะ



พจ เมื่อ 28/11/2013 - 23:46


ไม่ต้องทานยาแก้อักเสบก็ได้ค่ะ ทานแต่ยาของทางบริษัทอย่างเดียว ... แต่ต้องทานอย่างสม่ำเสมออย่าลืมทานยาบ่อย และช่วงที่ทานยาพยายามงดอาหารแสลงด้วยนะคะ ..


อาหารที่แต่ละคนแสลงไม่เหมือนกันนะคะ .. บางคนสามารถทานได้ทุกอย่างไม่มีอาการแสลงกับอาหารชนิดไหนเลย บางคนแสลงมากกว่า 1 อย่าง ..   อาหารแสลงต้องลองสังเกตเองนะคะ ... ว่าเราแสลงกับอาหารอะไรบ้าง ....

แต่อาหารที่ควรจะหลีกเลี่ยงเพราะจะทำให้ลำไส้ระคายเคือง คือ อาหารรสชาติเผ็ด เนื้อวัว และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ ...


ถ้ากรณีมีหัวและมีติ่งแล้ว เราไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนให้นะคะ เพราะการรับยาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ... ขอให้ทานยาได้วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงเพื่อการรักษาที่ต่อเนื่อง ... กรณีที่มีติ่งออกมาแล้ว ให้ดูตอนเข้าเดือนที่ 2-3 นะ คะ (บอกแบบนานๆไว เพราะบางคนลืมทานยาบ่อย) จะเห็นการเปลี่ยนแปลงกับติ่งแน่นอนค่ะ ... บางทีถ้า เดือนสองเดือนแรกก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับบางคน แต่เรายังอาจเห็นไม่ชัดเจน แต่พอเดือนที่ 3 น่าจะชัดแล้วว่าฝ่อ ...


---------------------------------------------------


-- ทานยาวันนึงให้ได้ 3 เวลา ครั้งละ 2 แคปซูล ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง ... ถ้าเป็นมาก สามารถเพิ่มการทานยาก่อนนอนได้อีก 2 แคปซูล …..


-- ดูแลตัวเองอย่าให้ท้องผูกหรือท้องเสีย ธาตุปกติดีที่สุด


-- อาหาร แสลงที่พบในหลายๆคน นะคะ ... บางคนก็ไม่แสลงนะคะ ... เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ .. เนื้อวัว ของหมักดอง ปูเค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม ปลาหมึก กุ้ง หน่อไม้ ข้าวเหนียว แกงไตปลา น้ำบูดู แกงเหลือง .. อาหารรสชาติเผ็ด หรือเปรี้ยวมากเกินไป ... ถ้างดได้ควรงดก่อน


-- เรื่อง อากัปกิริยา ก็มีส่วนนะคะ ที่จะทำให้หายเร็วหรือช้า .... ควรจะดูแลตัวเองร่วมด้วยก็จะหายไวขึ้นค่ะ ....  ถ้าต้องนั่งทำงานทั้งวัน ให้ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดได้มีการไหลเวียนไม่ถูกกดทับนานเกินไป.... ถ้าต้องเดินนานๆ ก็อย่านานเกิน เพราะมันจะมีการเสียดมีนาน จะยิ่งทำให้อักเสบมากขึ้น ...  พยายาม อย่า ยืน เดิน นั่ง นานเกิน ให้ เปลี่ยนท่าบ้าง การนอน ถ้าเป็นไปได้ช่วงนี้พยายามนอนคว่ำหรือนอนตะแครง...และพยายามอย่าก้มยกของ หนักด้วยนะคะ .. เพราะจะดันให้หัวริดสีดวงออกมาง่าย


 


--------------------------------------------


โดยส่วนมากแล้ว 90 % จะได้ผล จะมีแค่ 10 % ที่ไม่ได้ผล คือ
1.
ใจร้อน
2.
ท้องผูก ท้องเสียตลอดเวลา
3.
ทานอาหารแสลงตลอดเวลา ทั้งๆที่รู้ว่าริดสีดวงของเราแสลงกับอาหารนั้น ...
4.
ร่าง กายไม่รับยาเลย ร่างกายรับยาของเราไม่ค่อยได้ เหมือนไม่ถูกกับยา .. แต่น้อยคนนะคะ ... เช่น เหมือนกับการที่เราทานยาแก้ปวดหัว ยี่ห้อ A แล้วไม่ได้ผล เหมือนไม่ถูกกับยา เลยต้องเปลี่ยนเป็นยี่ห้อ B C หรือ


 


สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ



นิ

คือหนูอยากทราบว่าอาการที่หนูเปนจะใช่ริดสีดวงทวารรึป่าว คือตั้งแต่ที่หนูคลอดลูกมาเวลาถ่ายจะเจ็บตรงบริเวณทวารหนักมากและก้อมีเลือดไหลออกมาด้วยทรมานมาก กินยาตัวนี้แล้วมันจะช่วยให้ดีขึ้นมั้ยค่ะ

คนเคยเป็น

ยาดีครับของภูหลวงผมทานอยู่ แนะว่าทานยาสมุนไพรของภูหลวงแล้วต้องดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วยครับ จะได้ผลดียิ่งขึ้น ตอนนี้ผมใกล้หายจากโรคริดสีดวงทวารหนักแล้วครับ ที่แนะนำให้ทำคือ



  • เพิ่มการทานอาหารเที่มีกากใยสูง อัดไปเยอะๆ ครับ จะได้ถ่ายสะดวก เช่นพวก ข้าวกล้อง ผักบุ้ง ผัดกาดขาว  มะละกอสุก กล้วยน้ำว้า พรุน โยเกิรตก็ช่วยให้ถ่ายดีครับ



  • งดเนื้อสัตว์ เช่น ปลาหมึก เนื้อวัว ผมทานแต่เนื้อปลา



  • งดอาหารเผ็ดจัดทุกชนิด



  • งดอาหารที่ทำให้อาการกำเริบ เช่น กระเทียม ขิงพริก พริกไทย หน่อไม้



  • ดื่มน้ำให้เยอะๆ ผมดื่นวันละ 3 ลิตรเลนครับ



  • ทานวิตามิน C เสริม ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรงขึ้นและช่วยสร้างเนื้อเยื่อ



  • ถ้าทานผักน้อย ใช้ผงไฟเบอร์เสริมก็ได้ เช่น มิวซิลิน



  • ปรับพฤติกรรมการถ่ายอุจจาระ ไม่นั่งนาน ไม่เบ่ง ถ่ายเมื่อปวดถ่ายเท่านั้น



  • ยาเหน็บริดสีดวง พอช่วยได้ แต่ห้ามใช้นาน



  • แช่น้ำอุ่นจัดก่อนถ่ายและหลังถ่าย ช่วยคลายความเจ็บได้เป็นอย่างดี


ขอให้ทุกคนหายๆ ไวๆนะครับ

http://www.thaihealthfocus.com

จนท

ขอให้ คุณ คนเคยเป็น .. .หายไวๆนะคะ ... และขอบคุณนะคะที่เข้ามาให้คำแนะนำกับคนอื่นๆค่ะ ...


กิตติกร

สอบถามเกี่ยวกับคนที่เป็นริดสีดวงเพราะท้องเสียบ่อยครับ ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรได้บ้าง เพราะเท่าที่อ่านมาส่วนใหญ่จะเป็นกับคนที่ท้องผูกนะครับ

จนท



สอบถามเกี่ยวกับคนที่เป็นริดสีดวงเพราะท้องเสียบ่อยครับ ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรได้บ้าง เพราะเท่าที่อ่านมาส่วนใหญ่จะเป็นกับคนที่ท้องผูกนะครับ



กิตติกร เมื่อ 06/05/2014 - 20:05


ต้องดูก่อนค่ะสาเหตุที่ท้องเสียบ่อยเพราะอะไร อย่างบางคนเพราะการทานอาหารที่ระคายเคืองลำไส้ อาหารที่ไม่สะอาด ...  แต่ถ้าดูแลตัวเองดีแล้วเรื่องการทานอาหาร ก็ควรทานอะไรที่เป็นเนื้อสัตว์ โปรตีน มากขึ้น ...


ริชชี่

สอบถามค่ะ เป็นติ่งริดสีดวงมาประมาน10ปีแล้วค่ะ เมื่อตอนเด็กๆท้องผูกบ่อย แต่ในปัจจุบันขับถ่ายเป็นปกติค่ะ แต่ติ่งรอบทวารยังไม่หายไป ในบางครั้งเกิดอาการบวมไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร เกิดความรู้สึกรำคาญมาก อยากไปผ่าตัดออก แต่เท่าที่ศึกษาข้อมูลมีผลกระทบเบื้องต้นหลายอย่าง จึงยังไม่กล้าตัดสินใจผ่า อยากทราบว่าทานยาแล้วมีโอกาสที่ติ่งจะหดตัวหายเข้าไปหรือเปล่าค่ะ ต้องใช้เวลานานขนาดไหน

จนท

แต่ติ่งรอบทวารยังไม่หายไป ในบางครั้งเกิดอาการบวมไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร --- เวลาเราออกแรงเบ่งอุจจาระอาจทำให้เส้นเลือดบวม พอง ขึ้นได้ค่ะ ..


ถ้าลังเลเรื่องการผ่าตัด ลองทานยาดูก่อนนะคะ ยาของทางบริษัทสามารถรักษาได้ตั้งแต่ระยะที่ 1-4 ภายในและภายนอก .. ผ่าตัดไปแล้วไม่นานก็ต้องกลับมาเป็นใหม่ .. ปกติถ้าทานยาเราและดูแลตัวเองด้วย ประมาณเดือน 2 เข้าเดือน 3 ยังไงติ่งก็น่าจะเริ่มฝ่อแล้วค่ะ แต่จะค่อยๆฝ่อนะคะ ... ลองทานยาเราดูก่อนนะ เพราะตั้งแต่ให้คำปรึกษามาเพิ่งแนะนำให้คนไปผ่าตัด 2 คนเองค่ะ .. คือหัวริดสีดวงเค้าใหญ่มากบังทางอุจจาระผ่าน และอีกคนหัวริดสีดวงแต่ก อักเสบมาก อุจจาระไม่ได้ค่ะ ... แต่พอผ่าตัดแล้ว เราก็แนะให้เค้ามาทานยาเราต่อนะคะ ไม่งั้นเวลาผ่าตัดก็ผ่าตัดเฉพาะที่เราเห็นออกไปข้างในไม่ได้เอาออกด้วยไม่นานก็จะดันออกมาอีกค่ะ  ...
------------------------------------------------------------


ลองทานยาดูก่อนนะคะ ... การทานยาของบริษัท -- การรักษาต้องใช้เวลานิดนึงนะคะ  ... เนื่องจากยาของทางบริษัทเป็นยาสมุนไพร ไม่ใช่ยาปฎิชีวะนะ เหมือนยาแก้อักเสบ หรือยาแก้ปวด ที่จะเห็นผลทันที หรือภายใน 1-2 วัน 1-2 อาทิตย์เพราะ ถ้าเป็นริดสีดวงทวารแล้ว คุณหมอตามคลีนิคหรือโรงพยาบาล จะจ่ายยาประมาณ 2 อย่าง บางคนทานเป็นปีๆ และพอหัวริดสีดวงออกมาอยู่ข้างนอกถาวรแล้ว สุดท้ายคุณหมอก็จะนัดผ่าตัด.. ผ่าตัดแล้วส่วนมากจะไม่เกิน 3 ปีก็จะกลับมาเป็นใหม่ค่ะ บางคนผ่าตัดแล้วหูรูดเสียก็มีค่ะ ..

เพราะโดยส่วนมากแล้ว 90 % จะได้ผล จะมีแค่ 10 % ที่ไม่ได้ผล คือ
1.
ใจร้อน
2.
ท้องผูก ท้องเสียตลอดเวลา
3.
ทานอาหารแสลงตลอดเวลา ทั้งๆที่รู้ว่าริดสีดวงของเราแสลงกับอาหารนั้น ...
4.
ร่าง กายไม่รับยาเลย ร่างกายรับยาของเราไม่ค่อยได้ เหมือนไม่ถูกกับยา .. แต่น้อยคนนะคะ ... เช่น เหมือนกับการที่เราทานยาแก้ปวดหัว ยี่ห้อ A แล้วไม่ได้ผล เหมือนไม่ถูกกับยา เลยต้องเปลี่ยนเป็นยี่ห้อ B C หรือ

คน ที่เป็นริดสีดวงถึงขั้นมีติ่ง ... ต้องเป็นจากภายในมาก่อน แต่เราไม่รู้ตัว... แล้วติ่งนั้นที่อยู่ภายในจะค่อยๆดันออกมาข้างนอกค่ะ ถ้ากรณีที่ดันออกมาข้างนอกแล้ว ระยะการเป็นริดสีดวงที่อยู่ภายในไม่น่าต่ำกว่า 5 ปีค่ะ



ช่วงที่ทานยาลองงด .. อาหารแสลง และอาหารที่ระคายเคืองลำไส้ด้วยนะคะ ...


เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  อาหารรสชาติเผ็ด หรือเปรี้ยว เนื้อวัว --- ควรจะงดนะคะเพราะเป็นเพราะถ้าทานแล้วจะระคายเคืองลำไส้ค่ะ  ...ต้องงดนะคะ ... ---



อาหารแสลงส่วนมาก ที่พบในผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ .. เนื้อวัว ของหมักดอง ปูเค็ม ปลาร้า ปลาหมึก กุ้ง หน่อไม้ แกงไตปลา น้ำบูดู แกงเหลือง .. อาหารรสชาติเผ็ด หรือเปรี้ยว ถ้าทานอาหารพวกนี้อยู่รบกวนงดอาหารพวกนี้ก่อนนะคะ เพราะอาการริดสีดวงอาจจะแสลงกับอาหารตัวใดตัวหนึ่ง  และ พยายามดูแลตัวเองอย่าให้ท้องผูกหรือท้องเสียนะคะ เพราะจะทำให้ริดสีดวงหายช้า ... พยายามรักษาธาตุให้เป็นปกติดีที่สุดค่ะ .... เพราะถ้าเรายังทานอาหารแสลง อาการแสลงอาหารจะหายไปเองหรือบรรเทาไปภายในไม่เกิน 10 วัน แต่ 10 วันนี้ทานยาไปก็ช่วยบรรเทา ....

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

-- ทานยาวันนึงให้ได้ 3 เวลา ครั้งละ 2 แคปซูล ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง ... ยาไม่กัดกระเพาะนะคะ ไม่ได้ทานอาหารก็สามารถทานยาได้ค่ะ ... ถ้ามื้อไหนลืมทานยาให้มาเพิ่มการทานยาเป็นก่อนนอนแทนนะคะ ...
-- ดูแลตัวเอง
อย่าให้ท้องผูกหรือท้องเสีย ธาตุปกติดีที่สุด (ไม่แนะนำให้ทานยาถ่ายหรือยาระบายจนกระทั่งถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำนะคะ)
-- อาหาร แสลงที่พบในหลายๆคน นะคะ ... บางคนก็ไม่แสลงนะคะ ..
. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ .. เนื้อวัว ของหมักดอง ปูเค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม ปลาหมึก กุ้ง หน่อไม้ ข้าวเหนียว แกงไตปลา น้ำบูดู แกงเหลือง .. อาหารรสชาติเผ็ด หรือเปรี้ยวมากเกินไป ... ถ้างดได้ควรงดก่อน
-- เรื่อง อากัปกิริยา ก็มีส่วนนะคะ ที่จะทำให้หายเร็วหรือช้า .... ควรจะดูแลตัวเองร่วมด้วยก็จะหายไวขึ้นค่ะ ....
  ถ้า ต้องนั่งทำงานทั้งวัน ให้ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดได้มีการไหลเวียนไม่ถูกกดทับนานเกินไป.... ถ้าต้องเดินนานๆ ก็อย่านานเกิน เพราะมันจะมีการเสียดมีนาน จะยิ่งทำให้อักเสบมากขึ้น ...  พยายาม อย่า ยืน เดิน นั่ง นานเกิน ให้ เปลี่ยนท่าบ้าง การนอน ถ้าเป็นไปได้ช่วงนี้พยายามนอนคว่ำหรือนอนตะแครง...และพยายามอย่าก้มยกของ หนักด้วยนะคะ .. เพราะจะดันให้หัวริดสีดวงออกมาเร็วขึ้นและใหญ่ขึ้น--



--------------------------------------------------------------------



กรณีที่ถ่ายเป็นเลือด ภายใน 15 วัน...อาการถ่ายเป็นเลือดจะหาย ยกเว้นกรณีมากจริงๆ แบบบางคนที่ต้องเอาแผ่นผ้าอนามัยมันมารองแบบออกมาทั้งวัน ...อาการนี้ ภายใน 15 วันจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

แต่ถ้ากรณีมีหัวและมีติ่งแล้ว เราไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนให้นะคะ เพราะการรับยาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ... ขอให้ทานยาได้วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงเพื่อการรักษาที่ต่อเนื่อง ... กรณีที่มีติ่งออกมาแล้ว ให้ดูตอนเข้าเดือนที่ 2-3 นะ คะ (บอกแบบนานๆไว เพราะบางคนลืมทานยาบ่อย) จะเห็นการเปลี่ยนแปลงกับติ่งแน่นอนค่ะ ... บางทีถ้า เดือนสองเดือนแรกก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับบางคน แต่เรายังอาจเห็นไม่ชัดเจน แต่พอเดือนที่ 3 น่าจะชัดแล้วว่าฝ่อ ...

------------------------------------------------------

เรื่อง การทานยานานเท่าไหร่ เราไม่สามารถระบุให้ได้ ... ขนาดยาแผนปัจจุบันยังรักษากันหลายปี ไม่หายเลยค่ะ สุดท้ายก็ต้องผ่าตัด บางคนผ่าตัดแล้วก็กลับมาเป็นใหม่ ...

ถ้ากรณีที่มีเม็ดมีหัวออกมาแล้วเราสรุปเวลาที่แน่นอนในการทานยาให้ไม่ได้คือเพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ปัจจัยที่ว่านะคะ

1. พฤติกรรมการรับประทานยา .. ถ้าทานต่อเนื่องและทานได้วันละ 3 เวลา ครั้งละ 2 แคปซูล ช่วงที่ท้องว่าง (เนื่องจากยาไม่มีฤทธิ์กัดกระเพาะ) และ ถ้าทานตอนที่ท้องว่างพอแคปซูลละลายตัวยาจะได้ดูดซึมเลย ประสิทธิภาพของยาก็จะออกได้ประมาณ 80-90 %  แต่ถ้าทานตอนช่วงที่ทานอาหารแล้ว.. ยาอาจดูดซึมได้ไม่เต็มที่เนื่องจากอาหารดูดซึมตัวยาไปบางส่วนแล้ว ... ประสิทธิภาพอาจเหลือแค่ 50 % .... และบางคนลืมทานยาบ่อยมั้ย ดังนั้นเลยไม่สามารถบอกเลยคะว่าทานนานแค่ไหน แต่ถ้าทานต่อเนื่อง เข้าเดือนที่ 2-3 ก็น่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้วคะ .. บางคนก็เร็วกว่านั้น

2. บริเวณที่เกิดการอักเสบหรือบริเวณเส้นเลือดดำที่โป่งพองแล้วแตกหรืออักเสบทำให้เกิดเม็ดเกิดหัว .... เพราะถ้าหัวริดสีดวงหรือบริเวณที่อักเสบที่เส้นเลือดดำภายใน ถ้าเกิดบริเวณที่อุจจาระไปโดนเวลาถ่ายก็มีโอกาสเจ็บอยู่แล้วคะและเวลาเวลา ขับถ่ายอุจจาระ อุจจาระก็ต้องไปโดนไปเสียดสีทุกครั้งดังนั้นแผลก็จะแห้งช้ากว่า คนที่บาดแผลหรือบริเวณที่อักเสบหรือตำแหน่งที่เกิดหัวริดสีดวงไม่ใช่บริเวณ ที่เวลาถ่ายอุจจาระแล้วอุจจาระไปโดน ...... 

3.เป็นมานานแล้วหรือยัง... บาง คนเป็นริดสีดวงแล้วไม่ทราบว่าตัวเองเป็นคือ เกิดริดสีดวงภายในก่อนเป็นมานาน แล้วพอหัวที่อยู่ภายในเกิดออกมาอยู่ข้างนอกเป็นริดสีดวงภายนอกก็เลยเพิ่งนึก ว่าตัวเองเป็น .....  บางคนก็ไม่เป็นริดสีดวงภายในเวลาเป็นก็เป็นริดสีดวงภายนอกเลย ...  ดังนั้นระยะเวลาการรักษาเลยไม่เหมือนกันคะ

4.เป็นมากเป็นน้อย ... บางคนเป็นแค่นิดเดียวการรักษาก็ไวหน่อย บางคนเป็นมากหัวโตก็ช้าหน่อย บางคนมีแค่หัวเดียว บางคนหัวริดสีดวงแตกมีหลายหัว

5. ติ่งแข็งมั้ย .. ถ้าติ่งแข็งหรือเริ่มแข็งคือไม่นิ่มเหมือนเนื้อปกติก็ต้องให้เวลาตัวยาละลาย ติ่งให้นิ่มก่อน เพราะถ้าติ่งเริ่มแข็งกว่าเนื้อปกติหรือกลายเป็นไตไปแล้ว (ติ่งแข็งแบบตายด้าน) กว่าติ่งจะรับยาได้ก็ต้องใช้เวลา

6. ท้องผูก ต้องออกแรงเบ่งบ่อยมั้ย .... ถ้าท้องผูกและต้องออกแรงเบ่งบ่อยริดสีดวงก็จะหายช้ามาก

7. ท้องเสีย หรือ ถ่ายเหลว บ่อยมั้ย ... ถ้าท้องเสียหรือถ่ายเหลวเป็นประจำก็จะหายช้า เนื่องจากการถ่ายเหลวก็เหมือนกับลำไส้ทำงานไม่ปกติค่ะ และการถ่ายเหลวนี่ก็อาจทำให้หัวริดสีดวงไม่หายซักที หรืออาการริดสีดวงเกิดการกำเริบได้ ... เมื่อเราต้องถ่ายเหลว หรือท้องเสีย อาจ จะทำให้หัวของริดสีดวงใหญ่ขึ้น หรือมีอาการถ่ายเป็นเลือด เพราะอุจจาระที่ถูกขับออกมาอย่างแรง อาจทำให้เยื่อบุทวารหนักอักเสบ เป็นผลทำให้หลอดเลือดของทวารหนักขยายตัวและไม่หดกลับ

---------------------------------------------------

 

สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ


คนเพิ่งเป็น

มีอาการเจ็บเมื่อถ่ายอุจจาระ และมีติ่งออกมาด้วย ถ่ายเสร้จติ่งไม่ยุบกลับเข้าไปแต่ไม่มีเลือดออกนะคะ ถ่านเสร็จจะมีอาการเจ้บ นั่งก้เจ็บค่ะ อย่างนี้เรียกว่าเป็นริดสีดวงทวารไหมคะ และควรทานยาตัวไหนอย่างไรค่ะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

จนท

มีอาการเจ็บเมื่อถ่ายอุจจาระ และมีติ่งออกมาด้วย


---  คน ที่เป็นริดสีดวงถึงขั้นมีติ่ง ... ต้องเป็นจากภายในมาก่อน แต่เราไม่รู้ตัว... แล้วติ่งนั้นที่อยู่ภายในจะค่อยๆดันออกมาข้างนอกค่ะ ถ้ากรณีที่ดันออกมาข้างนอกแล้ว ระยะการเป็นริดสีดวงที่อยู่ภายในไม่น่าต่ำกว่า 5 ปีค่ะ



ถ่ายเสร้จติ่งไม่ยุบกลับเข้าไปแต่ไม่มีเลือดออกนะคะ


---  อาการถ่ายแล้วมีเลือดออก -- อาการ ถ่ายเป็นเลือดสามารถเกิดได้กระยะของการเป็นริดสีดวงค่ะ ไม่ว่าริดสีดวงภายในหรือภายนอก หรือสามารถถ่ายเป็นเลือดได้ตั้งแต่ระยะที่ 1 - 4 ค่ะ  . ขึ้นอยู่กับมีปัจจัยอะไรไปกระตุ้นให้เกิดอาการ ...



อย่างนี้เรียกว่าเป็นริดสีดวงทวารไหมคะ -- เป็นค่ะ



ระยะของโรคริดสีดวงทวารแบ่งตามความรุนแรงเป็น 4 ระยะ คือ


ระยะที่ 1 -- มีอาการถ่ายเป็นเลือด (บางคนก็ไม่มีอาการนี้) แต่คลำที่ทวารหนักแล้วเจอก้อน แต่ไม่มีการยื่นออกมานอกขอบทวาร


ระยะที่ 2 -- ริดสีดวงยื่นออกมานอกขอบทวาร ขณะถ่ายอุจจาระและเลื่อนกลับเข้าไปในทวารหนัก หลังถ่ายอุจจาระ


ระยะที่ 3 -- ริดสีดวงยื่นออกนอกขอบทวาร ขณะถ่ายอุจจาระ และหลังถ่ายอุจจาระต้องดันกลับเข้าไปในทวารหนัก


ระยะที่ 4 – ริดสีดวงทวารยื่นออกนอกทวารหนักตลอดเวลา ลองจับที่ติ่งนะคะ ... ถ้าติ่งเกิดจากการเป็นริดสีดวงทวาร และติ่งแข็งแล้ว จะหายช้ามากเหมือนติ่งเป็นไตไปแล้ว ต้องทานเพื่อให้ติ่งจากแข็งเริ่มนิ่มก่อน ... แล้วถ้านิ่มแล้ว ติ่งถึงจะค่อยๆฝ่อ...


------------------------------------------------------------


ควรทานยาตัวไหนอย่างไรค่ะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ


 





ชื่อยานะคะ .. ยาบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร ตรา ภูหลวง ....





คนที่ทานยาของทางบริษัทนะคะ .... โดยส่วนมากแล้ว 90 % จะได้ผล จะมีแค่ 10 % ที่ไม่ได้ผล คือ
1.
ใจร้อน
2.
ท้องผูก ท้องเสียตลอดเวลา
3.
ทานอาหารแสลงตลอดเวลา ทั้งๆที่รู้ว่าริดสีดวงของเราแสลงกับอาหารนั้น ...
4.
ร่าง กายไม่รับยาเลย ร่างกายรับยาของเราไม่ค่อยได้ เหมือนไม่ถูกกับยา .. แต่น้อยคนนะคะ ... เช่น เหมือนกับการที่เราทานยาแก้ปวดหัว ยี่ห้อ A แล้วไม่ได้ผล เหมือนไม่ถูกกับยา เลยต้องเปลี่ยนเป็นยี่ห้อ B C หรือ



--------------------------------------------


รายละเอียดของยานะคะ ...

การทานยาของบริษัท -- การรักษาต้องใช้เวลานิดนึงนะคะ  ... เนื่องจากยาของทางบริษัทเป็นยาสมุนไพร ไม่ใช่ยาปฎิชีวะนะ เหมือนยาแก้อักเสบ หรือยาแก้ปวด ที่จะเห็นผลทันที หรือภายใน 1-2 วัน 1-2 อาทิตย์เพราะ ถ้าเป็นริดสีดวงทวารแล้ว คุณหมอตามคลีนิคหรือโรงพยาบาล จะจ่ายยาประมาณ 2 อย่าง บางคนทานเป็นปีๆ และพอหัวริดสีดวงออกมาอยู่ข้างนอกถาวรแล้ว สุดท้ายคุณหมอก็จะนัดผ่าตัด.. ผ่าตัดแล้วส่วนมากจะไม่เกิน 3 ปีก็จะกลับมาเป็นใหม่ค่ะ บางคนผ่าตัดแล้วหูรูดเสียก็มีค่ะ ..



ช่วงที่ทานยาลองงด .. อาหารแสลง และอาหารที่ระคายเคืองลำไส้ด้วยนะคะ ...



เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  อาหารรสชาติเผ็ด หรือเปรี้ยว เนื้อวัว --- ควรจะงดนะคะเพราะเป็นเพราะถ้าทานแล้วจะระคายเคืองลำไส้ค่ะ  ...ต้องงดนะคะ ... ---





อาหารแสลงส่วนมาก ที่พบในผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ .. เนื้อวัว ของหมักดอง ปูเค็ม ปลาร้า ปลาหมึก กุ้ง หน่อไม้ แกงไตปลา น้ำบูดู แกงเหลือง .. อาหารรสชาติเผ็ด หรือเปรี้ยว ถ้าทานอาหารพวกนี้อยู่รบกวนงดอาหารพวกนี้ก่อนนะคะ เพราะอาการริดสีดวงอาจจะแสลงกับอาหารตัวใดตัวหนึ่ง  และ พยายามดูแลตัวเองอย่าให้ท้องผูกหรือท้องเสียนะคะ เพราะจะทำให้ริดสีดวงหายช้า ... พยายามรักษาธาตุให้เป็นปกติดีที่สุดค่ะ .... เพราะถ้าเรายังทานอาหารแสลง อาการแสลงอาหารจะหายไปเองหรือบรรเทาไปภายในไม่เกิน 10 วัน แต่ 10 วันนี้ทานยาไปก็ช่วยบรรเทา ....


 


ถ้ามีอาการ .... ท้อง ผูกมาก .... ลองดื่มน้ำมากขึ้นนะคะ ถ้าตอนขับถ่ายหัวอุจจาระแข็งแล้วพอหัวอุจจาระออกมาแล้ว อุจจาระค่อยๆนิ่มขึ้น หมายถึงเราดื่มน้ำไม่พอ พอร่างกายต้องการใช้น้ำก็จะดึงตามส่วนต่างๆไป โดยเฉพาะปลายลำไส้ใหญ่ค่ะ ทำให้หัวอุจจาระแข็งเราเลยต้องออกแรงเบ่งค่ะ ...



----------------------------------------------------------------------



แต่ถ้ากรณีมีหัวและมีติ่งแล้ว เราไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนให้นะคะ เพราะการรับยาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ... ขอให้ทานยาได้วันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงเพื่อการรักษาที่ต่อเนื่อง ... กรณีที่มีติ่งออกมาแล้ว ให้ดูตอนเข้าเดือนที่ 2-3 นะ คะ (บอกแบบนานๆไว เพราะบางคนลืมทานยาบ่อย) จะเห็นการเปลี่ยนแปลงกับติ่งแน่นอนค่ะ ... บางทีถ้า เดือนสองเดือนแรกก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับบางคน แต่เรายังอาจเห็นไม่ชัดเจน แต่พอเดือนที่ 3 น่าจะชัดแล้วว่าฝ่อ ...


------------------------------------------------------


เรื่อง การทานยานานเท่าไหร่ เราไม่สามารถระบุให้ได้ ... ขนาดยาแผนปัจจุบันยังรักษากันหลายปี ไม่หายเลยค่ะ สุดท้ายก็ต้องผ่าตัด บางคนผ่าตัดแล้วก็กลับมาเป็นใหม่ ...


ถ้ากรณีที่มีเม็ดมีหัวออกมาแล้วเราสรุปเวลาที่แน่นอนในการทานยาให้ไม่ได้คือเพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ปัจจัยที่ว่านะคะ


1. พฤติกรรมการรับประทานยา .. ถ้าทานต่อเนื่องและทานได้วันละ 3 เวลา ครั้งละ 2 แคปซูล ช่วงที่ท้องว่าง (เนื่องจากยาไม่มีฤทธิ์กัดกระเพาะ) และ ถ้าทานตอนที่ท้องว่างพอแคปซูลละลายตัวยาจะได้ดูดซึมเลย ประสิทธิภาพของยาก็จะออกได้ประมาณ 80-90 %  แต่ถ้าทานตอนช่วงที่ทานอาหารแล้ว.. ยาอาจดูดซึมได้ไม่เต็มที่เนื่องจากอาหารดูดซึมตัวยาไปบางส่วนแล้ว ... ประสิทธิภาพอาจเหลือแค่ 50 % .... และบางคนลืมทานยาบ่อยมั้ย ดังนั้นเลยไม่สามารถบอกเลยคะว่าทานนานแค่ไหน แต่ถ้าทานต่อเนื่อง เข้าเดือนที่ 2-3 ก็น่าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้วคะ .. บางคนก็เร็วกว่านั้น


2. บริเวณที่เกิดการอักเสบหรือบริเวณเส้นเลือดดำที่โป่งพองแล้วแตกหรืออักเสบทำให้เกิดเม็ดเกิดหัว .... เพราะถ้าหัวริดสีดวงหรือบริเวณที่อักเสบที่เส้นเลือดดำภายใน ถ้าเกิดบริเวณที่อุจจาระไปโดนเวลาถ่ายก็มีโอกาสเจ็บอยู่แล้วคะและเวลาเวลา ขับถ่ายอุจจาระ อุจจาระก็ต้องไปโดนไปเสียดสีทุกครั้งดังนั้นแผลก็จะแห้งช้ากว่า คนที่บาดแผลหรือบริเวณที่อักเสบหรือตำแหน่งที่เกิดหัวริดสีดวงไม่ใช่บริเวณ ที่เวลาถ่ายอุจจาระแล้วอุจจาระไปโดน ...... 


3.เป็นมานานแล้วหรือยัง... บาง คนเป็นริดสีดวงแล้วไม่ทราบว่าตัวเองเป็นคือ เกิดริดสีดวงภายในก่อนเป็นมานาน แล้วพอหัวที่อยู่ภายในเกิดออกมาอยู่ข้างนอกเป็นริดสีดวงภายนอกก็เลยเพิ่งนึก ว่าตัวเองเป็น .....  บางคนก็ไม่เป็นริดสีดวงภายในเวลาเป็นก็เป็นริดสีดวงภายนอกเลย ...  ดังนั้นระยะเวลาการรักษาเลยไม่เหมือนกันคะ


4.เป็นมากเป็นน้อย ... บางคนเป็นแค่นิดเดียวการรักษาก็ไวหน่อย บางคนเป็นมากหัวโตก็ช้าหน่อย บางคนมีแค่หัวเดียว บางคนหัวริดสีดวงแตกมีหลายหัว


5. ติ่งแข็งมั้ย .. ถ้าติ่งแข็งหรือเริ่มแข็งคือไม่นิ่มเหมือนเนื้อปกติก็ต้องให้เวลาตัวยาละลาย ติ่งให้นิ่มก่อน เพราะถ้าติ่งเริ่มแข็งกว่าเนื้อปกติหรือกลายเป็นไตไปแล้ว (ติ่งแข็งแบบตายด้าน) กว่าติ่งจะรับยาได้ก็ต้องใช้เวลา


6. ท้องผูก ต้องออกแรงเบ่งบ่อยมั้ย .... ถ้าท้องผูกและต้องออกแรงเบ่งบ่อยริดสีดวงก็จะหายช้ามาก


7. ท้องเสีย หรือ ถ่ายเหลว บ่อยมั้ย ... ถ้าท้องเสียหรือถ่ายเหลวเป็นประจำก็จะหายช้า เนื่องจากการถ่ายเหลวก็เหมือนกับลำไส้ทำงานไม่ปกติค่ะ และการถ่ายเหลวนี่ก็อาจทำให้หัวริดสีดวงไม่หายซักที หรืออาการริดสีดวงเกิดการกำเริบได้ ... เมื่อเราต้องถ่ายเหลว หรือท้องเสีย อาจ จะทำให้หัวของริดสีดวงใหญ่ขึ้น หรือมีอาการถ่ายเป็นเลือด เพราะอุจจาระที่ถูกขับออกมาอย่างแรง อาจทำให้เยื่อบุทวารหนักอักเสบ เป็นผลทำให้หลอดเลือดของทวารหนักขยายตัวและไม่หดกลับ


---------------------------------------------------


 ข้อแนะนำเพิ่มเติม

-- ทานยาวันนึงให้ได้ 3 เวลา ครั้งละ 2 แคปซูล ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง ... ยาไม่กัดกระเพาะนะคะ ไม่ได้ทานอาหารก็สามารถทานยาได้ค่ะ ... ถ้ามื้อไหนลืมทานยาให้มาเพิ่มการทานยาเป็นก่อนนอนแทนนะคะ ...
-- ดูแลตัวเอง
อย่าให้ท้องผูกหรือท้องเสีย ธาตุปกติดีที่สุด (ไม่แนะนำให้ทานยาถ่ายหรือยาระบายจนกระทั่งถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำนะคะ)
-- อาหาร แสลงที่พบในหลายๆคน นะคะ ... บางคนก็ไม่แสลงนะคะ ..
. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ .. เนื้อวัว ของหมักดอง ปูเค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม ปลาหมึก กุ้ง หน่อไม้ ข้าวเหนียว แกงไตปลา น้ำบูดู แกงเหลือง .. อาหารรสชาติเผ็ด หรือเปรี้ยวมากเกินไป ... ถ้างดได้ควรงดก่อน
-- เรื่อง อากัปกิริยา ก็มีส่วนนะคะ ที่จะทำให้หายเร็วหรือช้า .... ควรจะดูแลตัวเองร่วมด้วยก็จะหายไวขึ้นค่ะ ....
  ถ้า ต้องนั่งทำงานทั้งวัน ให้ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดได้มีการไหลเวียนไม่ถูกกดทับนานเกินไป.... ถ้าต้องเดินนานๆ ก็อย่านานเกิน เพราะมันจะมีการเสียดมีนาน จะยิ่งทำให้อักเสบมากขึ้น ...  พยายาม อย่า ยืน เดิน นั่ง นานเกิน ให้ เปลี่ยนท่าบ้าง การนอน ถ้าเป็นไปได้ช่วงนี้พยายามนอนคว่ำหรือนอนตะแครง...และพยายามอย่าก้มยกของ หนักด้วยนะคะ .. เพราะจะดันให้หัวริดสีดวงออกมาเร็วขึ้นและใหญ่ขึ้น


-----------------------------------------------------------------------------




สอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ

นุชจรินทร์

สอบถามค่ะ พอดีตัวเองเป็นริดสีดวงมานานมาเป็นมาก็เกือบสิบปีละ เนื่องจากตัวเองเป็นคนท้องผูกมาตั้งแต่เด็กค่ะ  และก็ดื่มน้ำน้อย ทานอาหารรสจัด ผลไม้ก็ไม่ค่อยทาน ช่วงแรกๆที่เป็นก็จะนานๆเป็นที มาช่วงปีนี้ที่รู้สึกตัวเองเป็นบ่อยมาก ถ่ายทุกครั้งก็จะเป็นทุกครั้งแลัวจะรู้สึกเหมือนตัวเองถ่ายไม่สุด มันจะทรมานมาก กลางคืนก็จะนอนไม่หลับจะปวดแสบปวดร้อนตลอด ก็เลยอยากทราบว่า ถ้าทานยาจะช่วยรักษาให้หายได้ใช่ไหมคะ และต้องใช้เวลานานไหมคะ เพราะตัวเองไม่อยากไปหาหมอ กลัวจะต้องผ่าตัดค่ะ

Page : [Back] 1 2
Webboardแสดงความคิดเห็น
เยี่ยม   แย่   แย่   แย่   เขิน   หยอกล้อ  ตกใจ  ร้องไห้   สงสัย   ขอโทษ   หดหู่   อย่าน่ะ   ต่อว่า   โอเค
รูปภาพ
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 3 MB.)
*ชื่อ
*สถานะ  
*อีเมล
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
*รหัสยืนยัน

หมายเหตุ : : กรุณากรอกข้อมูลที่มี * ทุกช่อง

view

 หน้าแรก

 ผลิตภัณฑ์ภูหลวง

 สาระน่ารู้

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อเรา

view